ห่างหายไปนานจากการเขียนบล็อก ในวันนี้มาพร้อมกับการบอกทางไปตึกBRKของจุฬาโดยเขียนวิธีการเดินทางเป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ ตอนทำส่งไปก็ไม่รูว่าควรจะต้องเขียนยังไง พอได้ดูของเพื่อน แลกเปลี่ยนความเห็นและดูตัวอย่างของคนญี่ปุ่นแล้วทำให้รู้ว่าวิธีการเขียนของเรายังเข้าใจยากและบางประโยคดูไม่เป็นธรรมชาติ คนญี่ปุ่นไม่ใช้กันเลย พอมาแยกเป็นหัวข้อดูแล้วจะได้ประมาณนี้ค่ะ
1.การใช้คำให้ดูมีระดับ
เวลาบอกตรงไปข้างหน้า เลี้ยวว้าย เลี้ยวขวา เราก็จะใช้แบบตรงๆ เช่น 真っ直ぐ、右•左へ曲がる、○○に乗る เรียนอะไรมาก็ใช้แบบนั้นเลยเนอะ แต่คนญี่ปุ่นเขาจะอัพเกรดคำให้ดูหรูขึ้น อย่างเช่น
真っ直ぐ行く ---------> 直進する
右•左へ曲がる ---------> 右•左折する
右側 ---------> 左方向
พอเห็นเขาใช้แบบนี้แล้วก็มาคิดได้ว่าเราก็เรียนภาษาญี่ปุ่นมาหลายปีแล้วนะ ควรจะใช้คำอะไรแบบนี้บ้างสิ ที่เรียนยากๆไปก็ควรขุดเอามาใช้หน่อยเนอะ คนญี่ปุ่นเขายังไงใช้กันทั่วไปเลย ณัฐสุดาไม่ควรหยุดภาษาญี่ปุ่นตัวเองไว้ที่ระดับประถม TT
นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าคนญี่ปุ่นมักใส่คำขยายลงไปเพิ่มเติม เช่น จากเดินตรงไป ก็เพิ่ม ひたすら เข้าไป หรือเพิ่ม 間違えなく,そのまま อะไรแบบนี้เข้าไปให้ประโยคดูมีอะไรมากขึ้น ไม่ใช่แข็งทื่อแบบหุ่นยนต์น่าจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีขึ้นอีกด้วย
2.คำลงท้าย
ตอนที่เราทำ道案内เอง เราลงท้ายแต่ประโยคด้วยรูป ます อย่างเดียวเลย ตอนทำส่งก็ไม่รู้สึกตัวหรอกว่าแปลก แต่พอมาดูในห้องกับตัวอย่างของคนญี่ปุ่นนี่ถึงกับกรีดร้องในใจ "ชั้นพลาดแล้วววว!" มาตั้งสติอ่านย้อนอีกทีดูจืดชืดแข็งทื่อมากเลย ควรจะใช้คำลงท้ายประโยคอื่นบ้าง ไวยากรณ์ก็เรียนมาเยอะแยะทำให้หยุดอยู่แค่ますอีกเนี่ย TT คนญี่ปุ่นเขาใช้ทั้ง ます、ください、ましょう、のです、○○が見えます。○○があります ดูแล้วเขามี variation หลากหลายมาก ต่างกับเราที่เป็นます一筋มากเลย คราวหน้าต้องใส่ใจกับท้ายประโยคมากขึ้นแล้ว
3.คำเชื่อมประโยค
คนญี่ปุ่นเขาไม่จบประโยคดื้อๆแล้วตัดจบขึ้นอันใหม่เลย แต่จะใช้คำเชื่อมมาให้เรื่องราวต่อกัน เราว่าตรงจุดนี้ก็สำคัญอยู่เหมือนกัน คงไม่มีใครอยากอ่านวิธีการเดินทางหรือวิธีต่างๆที่บอกให้ทำ1-2-3 ไปเรื่อยๆหรอก เราควรใส่อย่างตัวอย่างที่อาจารย์มาให้ดู เช่น まず、次に、そうしたら、そうすると อะไรแบบนี้บ้าง ไม่ใช่จบแต่ますแล้วขึ้นประโยคใหม่เหมือนข้อ3...
4.ใส่ใจรายละเอียด
อีกอย่างหนึ่งที่เราสังเกตได้จากการเขียนบอกทางของคนญี่ปุ่นคือต้องบอกรายละเอียดให้ชัดเจน(เท่าที่จะทำได้หรือให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย) ตอนแรกที่เราทำของเรา เราก็ว่าของเราละเอียดพอแล้วนะ แต่พอมาเทียบกับของคนญี่ปุ่นแล้วเขาอีกระดับนึงเลยค่ะ555 อย่างของเราบอกแค่ให้นั่งบีทีเอสที่ไปทางxxxแล้วลงสถานีxxx แต่ของคนญี่ปุ่นนั้นเขาจะบอกเพิ่มด้วยว่า นั่งไปอีกกี่ป้าย ขึ้น-ลงบันไดฝั่งไหน ขึ้นตรงประตูไหนดีถึงจะใกล้ทางออก ซึ่งที่เขียนมาเหล่านี้เราไม่ได้นึกถึงเลยค่ะ ทำให้รู้ว่าเขาใส่ใจถึงคนอ่านจริงๆ สามารถทำให้คนที่ไม่รู้ทางวางใจได้ว่าตัวเองไม่หลงแน่ๆ นอกจากนี้ยังบอก 目印 ต่างๆตลอดไม่ว่าจะทางขวา ทางซ้ายหรือฝั่งตรงข้าม ทำให้เรา確信ได้ว่ามาถูกนะเออ ถ้าทำครั้งหน้าเราจะใส่ใจรายละเอียดตรงจุดนี้ให้มากขึ้นค่ะ
แต่เรื่องรายละเอียดก็แอบคิดได้ว่าเพราะสายรถไฟที่ญี่ปุ่นมีเยอะมากด้วยรึเปล่าเลยทำให้เขาต้องอธิบายละเอียดมากขึ้นเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดพลาด แต่บ้านเรามีสายรถไฟหลักแค่ bts กับ mrt เลยไม่น่าจะหลงเท่าไหร่ ส่วนป้ายรถเมล์ก็เป็นเรื่องที่อธิบายยากขนาดคนไทยยังหลงเลย 😭😭😭
+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+
สรุปได้ประมาณนี้ค่ะ รู้สึกว่าเขียนมายาวแล้วเดี๋ยวจะเบื่อซะก่อน งานนี้รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีเรื่องที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมอีกมาก นอกจากเราจะต้องเขียนให้อ่านง่ายแล้วยังต้องคำนึงถึงผู้อ่านด้วยว่า ถ้าเราไม่เคยมาตรงนี้แล้วอ่านดูเราจะเข้าใจและสามารถไปได้ถูกไหม ผิดครั้งนี้ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ ครั้งหน้าต้องไม่พลาดในจุดที่ไม่ควรพลาดแบบนี้แล้ว ファイト! ปิดท้ายไปกับเพลงสบายๆแล้วกันเนอะ
blogนี้ใช้สีสรรงดงามมากเลย ได้รู้คำศัพท์มากขึ้นซึ่งดีมากนะคะ ตรงใส่ใจในรายละเอียด เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสนใจ หากเราเรียนรู้ตรงนี้ต่อไปภาษาญี่ปุ่นเราจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้เลยค่ะ
ReplyDeleteอย่างแรกคือชอบไฮไลท์สีต่างๆของแก ทำให้ข้อควาทดูเด่นตัดกับสีดำเลย อย่างที่สองแกแบ่งสรุปได้ใจความมาก แถมให้ตัวอย่างละเอียดดี อ่านแล้วได้ประโยชน์เยอะเลย
ReplyDelete